ทุกๆต้นปี สิ่งที่มนุษย์เงินเดือนหลายๆ คนต่างขวัญผวา คงนี้ไม่พ้นประโยคที่ว่า “ไปจ่ายภาษีมาหรือยัง” สำหรับมนุษย์เงินเดือนขั้นโปร ผ่านร้อนผ่านหนาวมานาน คงรู้วิธีการจัดการ ขั้นตอนการชำระหรือแม้แต่วิธีที่จะลดหย่อนภาษี แต่สำหรับมนุษย์เงินเดือนมือใหม่ (หรือเก่า???) ที่ยังไม่เคยสัมผัสประสบการณ์เหล่านี้ คงรู้สึกสงสัยและหวาดหวั่นอยู่ในใจลึกๆ อย่างแน่นอน วันนี้ เรา จะมีมาช่วยวางแผนการจัดการภาษีของคุณกันครับ
มนุษย์เงินเดือนเป็นกลุ่มคนที่เสียภาษีมากที่สุด เพราะมีแหล่งที่มาของรายได้ที่แน่นอนและชัดเจน ดังนั้น การเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เป็นหนึ่งในเรื่องที่มนุษย์เงินเดือนทุกคนควรที่จะรู้และทำความเข้าใจ ไม่ว่าเราจะมีรายได้มากน้อยเพียงใดก็ตาม มนุษย์เงินเดือนทุกคนควรมีการยื่นเสียภาษีตั้งแต่ได้รายรับเข้ามา เนื่องจากการเสียภาษีเป็นหนึ่งในหน้าที่ของพลเมืองไทยที่ดี เพื่อที่รัฐบาลจะนำรายได้เหล่านั้นไปใช้ในการพัฒนาและบริหารให้ประเทศเจริญมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การยื่นเสียภาษียังเป็นการบอกที่มาที่ไปของรายรับรายจ่ายของบริษัทนั้นๆ อีกด้วย
วางแผนดี มีชัยไปกว่าครึ่ง
ในการคำนวณภาษีที่เราจะต้องจ่ายนั้น ทางสรรพกรจะดูรายได้ตลอดทั้งปีของเรา มาหักลบค่าใช้จ่าย 30,000 บาท (หักได้หมดทุกคน) รวมถึงค่าลดหย่อนต่างๆ อาทิ ค่าใช้จ่ายรายปี (มากสุดไม่เกิน 60,000 บาท) การหักลดหย่อนคู่สมรส บุตร บิดามารดา เงินสะสมที่จ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ฯลฯ ซึ่งถ้าศึกษารายละเอียดอย่างลึกซึ้ง เราจะค้นพบว่ามีหลายวิธีที่สามารถนำมาใช้ลดหย่อนภาษีได้ ซึ่งเชื่อว่าหลายๆ คนคงสืบเสาะ ค้นหาหนทางลดหย่อนภาษีอย่างเต็มอัตรา
ดังนั้น เมื่อเรานำรายได้ทั้งปี มาหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนที่เรามีทั้งหมดแล้ว นั่นคือเงินที่ต้องนำมาคิดภาษี โดยจะต้องนำมาคูณกับฐานภาษีแต่ละขั้นแล้วนำมารวมกัน โดยปกติแล้ว การเสียภาษีตามขั้นบันไดจะเริ่มตั้งแต่ 0% เมื่อมีเงินได้ไม่เกิน 150,000 บาท (ต่อปี) จนถึงขั้นบนสุด 35% เมื่อมีรายได้เกินกว่า 4,000,000 บาท ซึ่งในปี 2557 จะปรับโครงสร้างภาษีใหม่ แบ่งออกเป็นบันได 7 ขั้นนั้น ซึ่งจะช่วยมนุษย์เงินเดือนให้เสียภาษีลดลงได้ตั้งแต่ 5-50 % โดยจะเริ่มใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2557 เป็นต้นไป (รายละเอียดการลดหย่อนทั้งหมด สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.rd.go.th)
เราลองมาดูตัวอย่างการคำนวนภาษีแบบง่ายๆ กันดีกว่า
นายองอาจมีเงินเดือน เดือนละ 30,000 บาท ดังนั้น ตลอดทั้งปีเขาจะมีเงินได้อยู่ที่ 360,000 บาท
- เมื่อนำมาคิดค่าใช้จ่าย 40% ของ 360,000 จะเท่ากับ 144,000 บาท แต่หักได้เพียง 60,000 บาท
- หักค่าลดหย่อนส่วนตัวอีก 30,000 บาท
- และนายองอาจยังหักค่าลดหย่อนเลี้ยงดูบุพการีอีก 30,000 บาท (ตามเงื่อนไขบุพการีต้องอายุ 60 ปีขึ้นไป และ มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทในปีนั้น) แถมเขายังลดหย่อนค่าเบี้ยประกันชีวิตที่ซื้อเพิ่มอีก 50,000 บาท ดังนั้น เขาจะมีเงินได้สุทธิเพื่อคำนวนภาษีเพียง
360,000 – (60,000 + 30,000 + 30,000 + 50,000) = 190,000 บาท
เมื่อนำเงินนั้นมาคำนวณภาษี จะแบ่งคิดเป็นขั้นบันไดโดย
เงินได้สุทธิ 150,000 บาทแรก ยกเว้นภาษี = 0
เงินได้สุทธิ 40,000 บาท เสียภาษี 5% = 2,000
ดังนั้น ภาษีที่นายองอาจจะต้องเสียในปีนั้นคือ 2,000 นั่นเอง
หลังจากคำนวณภาษีแล้ว เราสามารถที่จะเข้าไปยื่นแบบ ภงด. 90 หรือ ภงด. 91 เพื่อชำระภาษีผ่านอินเทอร์เน็ตได้ที่นี่เลยครับ ซึ่งโดยปกติเราจะสามารถเริ่มยื่นแบบภาษีได้ตั้งแต่ เดือนมกราคมและชำระได้จนถึงวันที่ 31 มีนาคมของทุกปี
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น